Thai Millionaire - วิธีการเป็นคนรวย เป็นเศรษฐี รวยเงิน รวยทอง

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

รวยด้วย Alibaba - วิธีการสมัครเว็บ Alibaba (อาลีบาบา)

,


สำหรับวิธีการสมัครเป็นสมาชิกเว็บ Alibaba นั้นถ้าคนที่ไม่เคยสมัครอาจจะงงแล้วงงอีก กับวิธีสมัครเพราะต้องใช้เทคนิคหลายประการ และอีกประการหนึ่ง ถ้าคุณจะทำธุรกิจกับ Albaba ภาษาอังกฤษต้องแข็งแรงนึดนึงนะครับ เพราะไม่งั้นโอกาสโอกาสที่จะเสียเปรียบทางการค้าเพราะการไม่รู้ภาษาอังกฤษเมื่อเค้าติดต่ออะไรกลับมา มันจะทำให้ธุรกิจของเราเดินไปได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควรครับ

วิธีการสมัครเว็บ Alibaba (อาลีบาบา)

1. เริ่มแรกเลยไปที่เว็บ www.alibaba.com
2. คลิ้กที่ปุ่ม Join Free Now ทางด้านขวาบนของเว็บ
3. ผมจะบอกแบบรวม ๆ ละกันนะครับ
- ต้องแยกกันให้ออกระหว่าง Supplier กับ Buyer ว่าคุณต้องการจะเป็นอะไร อย่าไปคลิ้กที่ Both เพราะมันจะดูเหมือนคุณทำทุกอย่างเป็นทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายในเวลาเดียวกัน จะทำให้จุดขายที่เด่น ๆ ของตัวสินค้าคุณนั้นหายไปครับ
- ชื่อบริษัท ให้ใส่ชื่อบริษัทของคุณครับ แต่ถ้าไม่มีให้ใส่ชื่อบริษัทที่คุณคิดว่าคุณจะจัดตั้งในอนาคต แล้วใส่ชื่อนั้นลงไปก่อนครับ เมื่อสินค้าที่คุณนำเข้ามาขายดีแล้วคุณค่อยไปจัดตั้งเป็นบริษัทครับ (เป็น trick ทางธุรกิจ) แต่ถ้าคุณเป็นผู้ส่งออกสินค้าควรจะมีชื่อบริษัทจริง ๆ ครับ เป็นการกันการเช็คจากผู้ซื้อปลายทางครับ
4.คลิ้กที่ Create My Account เพื่อทำการเพิ่มชื่อสมาขิกใหม่ครับ

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

รวยด้วยการเป็นนักแปล - คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการรวยด้วยการเป็นนักแปล

,



อาชีพนักแปลคืออาชีพที่ต้องใช้ทักษะส่วนตัว ซึ่งผู้ที่ประกอบอาชีพนักแปลนี้ต้องมีพื้นฐานทางด้านภาษา ทั้งภาษาไทย และภาษาที่ตนเองถนัดอยู่ในระดับที่สคล่องแคล่ว คล่องตัว จะทำให้สามารถตีความต้นฉบับได้ง่าย ถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการสื่อออกมาได้อย่างเหมาะสม หากมีดีกรีทางด้านปริญญาพ่วงมาด้วยก็จะช่วยเพิ่มความเชื่อถือให้กับตัวเอง แต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีปริญญามาทางด้านนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นนักแปลกันไม่ได้ เพราะจะเรียนสาขาวิชาใดกันมา แต่ถ้ามีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศทั้งการพูดการเขียนการแปล ซึ่งสามารถเรียนรู้กันได้โดยเข้ารับการอบรมหลักสูตรการแปล ตามสถาบัน หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะดูเหมือนว่าไม่สามารถเก่งกันในระยะเวลาสั้น ๆ แต่จะสามารถเพิ่มพูนความสามารถขึ้นได้เรื่อย ๆ จากการเก็บสะสมประสบการณ์เป็นระยะเวลานาน และทุ่มเทให้กับการศึกษาทางด้านนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ อาจจะใช้เวลานานหลายปี แต่ก็คุ้มค่ากับเวลาที่ลงทุนไป

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการรวยด้วยการเป็นนักแปล

1.ต้องมีความตั้งใจ และมีความต้องการที่จะแปล

ด้วยคุณสมบัติข้อนี้ถึงจะเป็นนักแปลได้ ดังนั้นหากอยากแปลก็ต้องแปลเลย และลองแปลงานออกมาหลาย ๆ ประเภท เพื่อค้นหาแนวที่ตัวเองถนัดที่สุด เก่งที่สุดในด้านนั้น ๆ และการแปลในปัจจุบันนี้ถ้าจะให้ดีที่สุดควรหัดแปลด้วยการพิมพ์ลงบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจจะฝึกฝนด้วยการพิมพ์สัมผัสสัปดาห์ละ 5-10 ชั่วโมงเป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน จะสามารถทำให้เราพิมพ์สัมผัสได้อย่างคล่องแคล่ว และดาวโหลดโปรแกรมดิกชั่นนารี ภาษาไทย-อังกฤษ หรือภาษาอื่น ๆ ที่ตนเองถนัด มาใช้ในการทำงานด้วย จากนั้นให้เก็บผลงานที่ได้เคยแปลออกมาเอาไว้ เพื่อเป็นการเตรียมส่งรายละเอียดการแปล เมื่อมีผู้สนใจให้เราแปลงาน

2.ต้องมีความอดทน

เพราะหากว่านักแปลขาดความอดทน จะไม่มีทางแปลเรื่องยาว ๆ ได้จบ จะเบื่อหรือท้อกันไปเสียก่อน ทั้งนี้ในการแปลงานพวกนวนิยาย หรือสารคดี ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก และเมื่อรับงานแปลมาแล้ว จะต้องแปลอย่างต่อเนื่องไม่หยุดกลางคัน โดยเฉพาะงานแปลนวนิยายควรแปลต่อ ๆ กันไปให้ได้ทุกวัน เราจะสามารถจับอารมณ์ หรือบทบาทของตัวละครในเรื่องได้ถูก

3.ทำงานอย่างเป็นระบบ

ในการแปลเอกสาร เพื่อให้คำศัพท์ที่ใช้ในการแปลมีความสอดคล้องกันนั้น นักแปลจะต้องมพื้นฐานด้านภาษาไทย และภาษาต้นฉบับที่จะแปลในระดับดีเยี่ยม และทุกคนจะต้องแปลเอกสารแบบ Bilingual คือ การแนบฉบับแปลไว้กับต้นฉบับ และต้องจัดทำตารางศัพท์ ซึ่งเรียกว่า Glossary กรณีแปลเอกสารเกิน 5 หน้า เพื่อให้เป็นการมั่นใจว่าได้แปลเอกสารอย่างครบถ้วนถูกต้อง และสามารถตรวจสอบแหล่งอ้างอิงได้ด้วย เพราะเมื่อเวลาทำการแปลอาจจะต้องพบกับคำศัพท์ของในแต่ละสาขา ถ้ามีการจัดระบบจะทำให้สามารถทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น

4.หมั่นทบทวนความรู้อยู่เสมอ

นักแปลต้องมีการทบทวนเรื่องหลักการใช้ภาษา และต้องฝึกอ่านทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ให้มีความความคล่องตัวในอัตราเฉลี่ยใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกคำศัพท์ในการแปลเฉพาะทางที่เราอาจจะกำลังทำอยู่

5.มีความละเอียดรอบคอบ และช่างสังเกต

นักแปลต้องรู้ความหมายของคำทุกคำที่ได้แปล เพื่อเป็นการป้องกันการแปลผิดความหมาย ซึ่งคนที่อ่านจะสามารถเดาออกได้ว่าเราแปลผิดประเด็น ซึ่งคำบางคำถ้าแปลผิด จะทำให้ทุกครั้งเวลาที่เราแปลคำ ๆ นั้น จะทำให้ความหมายโดยรวมผิดไปตลอด รวมทั้งนักแปลต้องมีวิจารณญาณในการแปล และมีศิลปะในการถ่ายทอดระหว่างภาษา เพราะงานแปลก็ถือเป็นการสร้างงานศิลปะด้านการใช้ถ้อยคำ

6.ยอมรับข้อติติง

นักแปลต้องเปิดใจกว้างยอมรับข้อติติงจากผู้ว่าจ้าง หรือจากเพื่อนร่วมสาขาอาชีพเดียวกัน จงถือซะว่าคำวิจารณ์คือสิ่งที่ทำให้เราพัฒนา เติบโตในสายงานนี้มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าบางครั้งคำวิจารณ์จะตอบกลับมาเป็นลบก็ตาม เราก็ต้องพยายามพิสูจน์ฝีมือตัวเอง สยบคำวิจารณ์ในด้านลบต่าง ๆ นานาให้ได้

สรุป การเป็นนักแปลจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ขึ้นอยู่กับความชอบของคุณด้วยครับ บางคนชอบสิ่งนี้เป็น passion คือ เป็นความชอบแบบหลงไหลในสิ่งนั้นเลย ถ้าชอบแบบนี้จะอยู่ในวงการนี้ได้นาน เพราะต้องใช้ความพยายามมากในการแปลที่จะจบไปแต่ละเล่ม แต่รางวัลของการที่ทำอะไรแล้วมันเหน็ดเหนื่อย มันยาก ยิ่งมันยาก ยิ่งมันมีอุปสรรคมากเท่าไหร่ มันจะทำให้คุณยิ่งรวยมากขึ้นเท่านั้น

ขอให้ทุกท่านที่รักในงานแปลรวยกันทุกท่านครับ

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

รวยด้วย Alibaba - Alibaba (อาลีบาบา) คืออะไร

,




หลายท่าน ๆ เคยได้ยินของเว็บ Alibaba มาก่อนหรือเปล่าครับ ชื่อนี้อาจจะใหม่อยู่สำหรับคนไทย แต่สำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังหาเงินกันอย่างขมักเขม้นกับเว็บ Alibaba ก็ได้กอบโกยเงินกันไปมากมายมหาศาล บางคนทำเงินได้หลักล้านต่อเดือนกับ Alibaba

เอาหล่ะขอเริ่มเลยละกันนะครับ Alibaba (อาลีบาบา) คืออะไร

เว็บ alibaba.com ของประเทศจีน ได้ก่อร่างสร้างตัวขึ้นในปี พ.ศ. 2542 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน โดยก่อตั้งโดยอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า Jack Ma (แจ็ค หม่า) ร่วมกับเพื่อนพ้องอีก 17 คน โดยตั้งชื่อเว็บไซต์ไว้ว่า alibaba.com ซึ่งชื่อ alibaba (อาลีบาบา) นี้อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนนึกไปถึงนิทานอาหรับ ซึ่งทางเจ้าของเว็บเองคิดว่าชื่อนี้น่าจะทำให้คนจดจำได้ง่ายครับ

เมื่อเพื่อน ๆ ได้เข้าไปใน www.alibaba.com จะเจอกับหน้าตาที่ปรับปรุงเสมอ ซึ่งเว็บนี้เป็นเว็บของคนจีนที่ดังเรื่องสินค้าขายส่งในระดับโลก คือ ขายกันปริมาณมาก หรือถ้าซื้อก็ซื้อกันในปริมาณมาก ๆ เว็บนี้เหมือนเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ขาย และผู้ซื้อให้โคจรมาเจอกัน เจรจาการค้ากัน คือ เราสามารถซื้อสินค้าจากผู้ค้าส่งใน Alibaba ได้โดยการซื้อ และนำสินค้านั้นเข้ามาในประเทศ หรือเรานำสินค้าส่งออกไปขายบนเว็บ Alibaba และรอให้มีผู้ที่ติดต่อซื้อเข้ามา

การซื้อขายกันในเว็บ Alibaba จะหนักไปทางซื้อขายกับชาวจีน ชาวอาหรับ ชาวแอฟริกา หรือยุโรปในโซนยุโรปตะวันออก จะพบกับชาวอเมริกันเป็นส่วนน้อย และการซื้อขายกันจะจ่ายเป็นเงินสด คือ ผู้ซื้อจ่ายก่อน หรือจ่ายมัดจำไว้ส่วนหนึ่งก่อน เมื่อได้สินค้าครบแล้วค่อยจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีกที เพราะเป็นการป้องกันการโกงเงิน ซึ่งพบเจออยู่เป็นประจำบนเว็บ Alibaba

ก็เป็นรายละเอียดคร่าว ๆ เริ่มต้นนะครับกับ Alibaba (อาลีบาบา) คืออะไร

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

สินค้าขายดีตลอดกาล

,

บทความนี้ก็เป็นบทความเด็ดอีกหนึ่งบทความ ที่จะทำให้คุณได้ทราบว่าสินค้าขายดีนั้น คือ สินค้าอะไร วันเวลาผ่านไป มันจะยังมีคนซื้อมั้ย หรือเข้าหน้าร้อน ผ่านไปหน้าหนาวแล้วมันจะยังขายดีมั้ย ผมอยากบอกว่าปัจจัยเหล่านี้ไม่มีผลครับ สินค้าที่ผมจะบอกคุณนี้ อยู่เหนือกาลเวลา ตราบใดที่ยังมีคนอยู่บนโลกนี้ ตราบนั้นยังขายได้อยู่แน่นอน

มาเริ่มดูสินค้าขายดีตลอดกลาลกันเลยนะครับ

1. สินค้าที่ทำให้คนดูดีในสังคม คุณคงไม่ปฏิเสธใช่มั้ยครับ ว่าคุณก็อยากสวย อยากหล่อ อยากดูดีเมื่อไปปรากฏตัวในสังคม ไม่ว่าจะงานเลี้ยง งานแต่งงาน งานบวช หรือการออกเดท คุณย่อมอยากที่จะดูดีเสมอเมื่อปราฏตัว เช่นกันครับคนอื่น ๆ ก็อยากดูดีเมื่อปรากฏตัวในสังคมเช่นเดียวกัน ดังนั้นสินค้าชนิดนี้จึงขายได้ทุกฤดูกาลครับ ยกตัวยอย่างเช่น พวกสินค้าที่ให้สวย หล่อ พวกครีมชะลอความแก่ ครีมกระชับสัดส่วน รวมไปถึงพวกน้ำหอมชนิดต่าง ๆ หรืออาจจะเปิดเป็นศูนย์ที่ทำให้คนที่มารับบริการดูดีขึ้น เป็นต้น

2. สินค้าที่ซื้อให้กับคนที่คุณรัก แน่นอนว่าเวลาที่คุณซื้อสินค้าให้กับคนที่คุณรัก คุณจะกั๊กเงินไว้มั้ยครับ คุณย่อมซื้อของที่ดีที่สุดให้กับคนที่คุณรักใช่มั้ยครับ สินค้าประเภทนี้จะค่อนข้างกว้างมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วหนีไม่พ้น ที่เป็นกระเช้าอย่างเช่นพวกซุปไก่ หรือรังนกครับ

3. สินค้าที่แก้ความทุกข์ให้กับคน สินค้าชนิดนี้ก็เป็นสินค้าขายดีตลอดกาล เพราะไม่มีใครในโลกนี้ไม่เจ็บ ไม่ป่วย เนื่องจากร่างกายคนเราไม่ได้ทำมาจากเหล็ก ที่ไม่มีวันผุพัง จึงทำให้คนเราแสวงหายารักษาโรค หรือร่างกายตัวเองกันอยู่เสมอ ๆ ที่นิยมกันเป็นอมตะน่าจะเป็น ยาลดความน้ำหนัก ถ้านึกสินค้าที่จะขายไม่ออกลองนึกย้อนไปตั้งแต่ศรีษะไปจนถึงเท้าว่า คนเราสามารถเจ็บป่วยตรงไหนได้บ้าง

4. สินค้าที่ตอบสนองงานอดิเรกของคน สินค้าชนิดนี้จะเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม แต่ขายดีตลอดกาลเหมือนกัน เพราะสินค้าเรื่องราวเฉพาะกลุ่มยังดำเนินต่อไปเรื่ิอย ๆ จนกว่าคน ๆ นั้นจะเปลี่ยนความสนใจไปสู่สิ่งใหม่ แต่ก็จะยังมีคนใหม่มาสนใจเรื่องราวเฉพาะกลุ่มนั้น ๆ ต่อไป ยกตัวอย่างเช่น สินค้ากลุ่มแต่งรถ สินค้ากลุ่มที่ชอบออกกำลังกาย fitness หรือสินค้าสำหรับผู้ที่ชอบเต้นรำอย่างเช่นพวกชุด หรือรองเท้า เป็นต้น

5. สินค้าที่สร้างความหวัง สินค้าชนิดนี้จะเป็นสินค้าที่เราจะนำไปขายต่อไป เช่นเรารับสินค้าจากผู้ผลิตมา ผู้ผลิตก็ให้ความหวังว่าสินค้าชนิดนี้ยังไม่มีในประเทศไทย นำไปขายได้แน่นอน เช่น มือถือรุ่นใหม่ ๆ สินค้าแปลก ๆ ใหม่ ๆ รวมไปถึงแฟรนไชส์ต่าง ๆ ที่เราซื้อและนำมาบริหารจัดการต่อ

6. สินค้าเกี่ยวเรื่องทางเพศ ดูอาจจะเป็นเรื่องที่คนพูดถึงกันน้อย แต่บางสิ่งบางอย่างถ้าเป็น ก็ต้องขวนขวานหายามารักษา สินค้าเกี่ยวกับเรื่องทางเพศก็ถือว่าเป็นสินค้าขายดี แต่เวลาเราจะไปกล่าวกับคนอื่นว่าเราขายอะไร เราจะดูไม่ดีไปในทันที ถ้าคิดจะขายสินค้าชนิดนี้ต้องมองข้ามในบางเรื่องไป ให้ถือซะว่ายังเป็นอาชีพสุจริต ไม่ได้ไปลักขโมยใคร

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เมื่อได้อ่านแล้ว ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนเมื่ออ่านจบจะเกิดไอเดียใหม่ ๆ ขึ้นมา อยากจะไปขายของให้ได้ในตอนนี้เลย สินค้าขายดีนั้นจริง ๆ แล้วก็อยู่รอบตัวเรา เป็นสิ่งที่ต้องใช้ทุกวัน ใช้แล้วหมดไป มีการซื้อซ้ำ หลักการมีเท่านี้เองครับ

ขอให้พบสินค้าขายดีกันไว ๆ นะครับ

ขอให้รวยกันทุกท่านครับ

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555

รวยด้วยการเป็นนักแปล - ประเภทของงานแปล

,

อาชีพนักแปลก็คือ ผู้ที่ทำงานด้านการแปลข้อความจากภาษาเดิมให้กลายเป็นภาษาอื่นตามความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ความรู้ในด้านภาษาทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศที่ตนเองถนัด ซึ่งประเภทของงานแปลก็จะแบ่งได้เป็นหลายประเภทดังต่อไปนี้ คือ

1.งานประเภทวรรณกรรม

เช่น งานแปลนวนิยาย เรื่องสั้น หนังสือวิชาการ ซึ่งนักแปลต้องมีความรอบรู้ในสิ่งต่าง ๆ และเข้าใจในวัฒนธรรมต่างประเทศ สามารถถ่ายทอดงานแปลออกมาได้อย่างสละสลวย และยังคงใจความครบถ้วน ซึ่งในด้านอัตราค่าตอบแทนนั้น ใช้หลักเปอร์เซ็นต์คูณราคาปกคูณยอดจำหน่าย หรือเหมาจ่ายครั้งเดียวตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงเอาไว้กับทางสำนักพิมพ์

ทั้งนี้ในการติดต่อสำนักพิมพ์เพื่อพิจารณาการรับเข้าทำงานในครั้งแรก ๆ ด้วยการส่งผลงานแปลไปให้นั้นอาจจะต้องใช้เวลานานหลายเดือน กว่าจะได้รับการติดต่อ นอกเสียแต่ว่าผู้แปลนั้นมีชื่อเสียง หรือมีผลงานอยู่แล้ว นั่นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง

2.งานแปลบทภาพยนต์ ทั้งบทพากย์ และซับไตเติ้ล

เป็นงานแปลที่มีข้อจำกัดในการใช้คำ ใช้คำกระชับไม่ฟุมเฟือย และต้องนำเสนอเนื้อหาที่ภาพยนต์ต้องการสื่อให้ครบถ้วน ที่สำคัญต้องทันโลก เพราะต้องเข้าใจในศัพท์แสลงบ้าง หีือศัพท์ใหม่ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะคำเหล่านี้จะปรากฏอยู่ในภาพยนต์เสมอ อัตราค่าตอบแทนนั้นคิดตามความยาวของเวลาฉายภาพยนต์ หรือเหมาจ่ายครั้งเดียวตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับผู้ว่าจ้าง

สำหรับองค์กรที่เปิดรับนักแปลประเภทนี้ได้แก่ บริษัทภาพยนต์ วิดีโอ เคเบิลทีวี ฟรีทีวีที่มีภาพยนต์ และสารคดีจากต่างประเทศซึ่งเราสามารถติดต่อกับบริษัทเหล่านี้ได้โดยตรง แต่ในความเป็นจริงแล้วการร่วมงานในฐานะพนักงานใหม่เลยนั้นทำได้ยาก หากไม่ได้มีประสบการณ์มาก่อนเพราะการทำงานในด้านนี้ต้องการมืออาชีพ และต้องประสานงานในหลาย ๆ ฝ่าย เช่น นักพากย์ หรือแผนกอื่น ๆ ดังนั้นองค์กรเหล่านี้จึงเลือกนักแปลที่มีชั่วโมงบิน หรือเคยผ่านงานทางด้านนี้มาบ้าง

3.งานแปลเอกสารทางเทคนิค

เช่น เอกสารการแพทย์ คู่มือช่าง คู่มือการดูแลรถยนต์ หรือคู่มือการใช้เครื่องเสียง นักแปลจะต้องมีความรู้เฉพาะด้านเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะต้องศึกษาอย่างลึกซึ้ง และรู้จักภาษาเฉพาะในวงการ ส่วนอัตราค่าตอบแทนคิดตามจำนวนหน้า หรือจำนวนคำ โดยคำนวณจากต้นฉบับ

4.งานแปลซอฟต์แวย์ต่าง ๆ

เช่น แปลหน้าจอโปรแกรม เว็บเพจ ผู้แปลต้องมีความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี และศึกษาโปรแกรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะความรู้ด้านฐานข้อมูล ซึ่งอัตราค่าตอบแทนคิดตามจำนวนคำของต้นฉบับ

5.งานแปลแบบฟอร์มเอกสารราชการ

เป็นการแปลพวกบทกฎหมาย รวมไปถึงเป็นนักแปลในองค์การธุรกิจต่าง ๆ ผู้ที่แปลด้านด้านนี้ต้องมีความรู้ทางด้านกฎหมาย และมีความเชี่ยวชาญในกระบวนการทำงานของราชการ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำงานในรูปแบบของงานประจำ เพราะเป็นคนที่รู้ข้อมูลในการแปล และความลับต่าง ๆ ขององค์กร จึงไม่ค่อยเปิดรับผู้ที่ทำงานอิสระ และอัตราค่าตอบแทนงานแปลแบบฟอร์มเอกสารราชการจะคิดเป็นหน้า

6.งานแปลอื่น ๆ

เช่น แปลอีเมลล์ แปลจดหมายธุรกิจต่าง ๆ แปลข่าว แปลงานสำหรับนักศึกษา หรือแปลงานของหน่วยงานทั่ว ๆ ไป ผู้แปลต้องมีความสามารถในการแปลงานได้เร็ว ถูกต้อง สามารถรับงานด่วนได้ มีความอดทน และรับผิดชอบการส่งงานได้ตรงเวลา อัตราค่าตอบแทนคิดเป็นหน้า หรืออาจคิดราคาเหมาจ่าย ขึ้นอยู่กับข้อตกลง

แต่ความจริงแล้วการทำงานเป็นนักแปลมีหลายระดับ ทั้งเป็นเจ้าของกิจการ ด้วยการเปิดร้านในย่านธุรกิจ หรือสถานศึกษา ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้ คือ สิ่งที่นักแปลส่วนใหญ่ต้องการ เพราะเป็นการให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า เพราะเป็นการรับงานจากลูกค้าโดยตรง เช่น บริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยงานธุรกิจทั่วไป ที่ต้องการแปลเอกสาร ไปจนถึงหน่วยงานธุรกิจระดับใหญ่ที่ติดต่อกับนานาชาติ ซึ่งมีช่องทางในการทำงานคือต้องติดต่อเข้าไปโดยตรง

เอาหล่ะครับ ก็พอจะทราบกันค่าว ๆ แล้วนะครับ ว่าประเภทของงานแปลมีด้วยกันกี่ประเภท และต้องการที่จะเป็นนักแปลด้านไหน หรือต้องการทักษะในการแปลงานหลาย ๆ ด้านมารวมกัน ก็ต้องอาศัยการฝึกฝนครับ ถ้าคุณมีทักษะทางด้านนี้แล้วต้องการแปรออกมาให้เป็นเงิน ก็ขอให้เริ่มเลยนะครับ หมื่นลี้เริ่มที่ก้าวแรก ไม่อยากครับ ถ้าอยากทำ

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

อยากรวย อย่าลืมใส่ความปรารถนา

,

สำหรับท่านที่เพิ่งเข้ามาในเว็บ Thai Millionaire เป็นครั้งแรก ผมก็จะบอกว่าเว็บนี้ให้ข้อมูล และเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการเป็นคนรวย และถ้าจะถามว่าแล้วจะรวยได้จริง ๆ หรือ ผมก็จะตอบว่า ขึ้นอยู่กับความปรารถนาในความรวยของคุณ ขึ้นอยู่กับสิ่งนี้จริง ๆ ครับ เป็นสิ่งที่แยกคนรวยกับคนที่ไม่อยากรวยออกมา และถ้าจะถามว่าทุกคนอยากรวยมั้ย แน่นอนว่าประมาณ 99% อยากรวย รวยเพื่อตัวเอง รวยพ่อแม่ รวยเพื่อญาติพี่น้อง และรวยเพื่อสังคม

เมื่อทุกคนอยากรวยเหมือน ๆ กันหมด แต่นอกจากความอยากแล้ว บางคนก็ได้ใส่ความปรารถนาเข้าไปด้วยว่า ปรารถนาที่จะรวย ยกตัวอย่างเช่น ฉันอยากขับรถ benz กับ ฉันปรารถนาที่จะได้ขับรถ benz ให้ได้ สองอย่างนี้พลังมันต่างกัน จึงไม่แปลกที่ว่ามีคนอยากรวยอยู่เต็มไปหมด แต่กลับไม่รวยสักที ออกจะขัดสนทางเงินด้วยซ้ำไป เพราลืมไปความปรารถนาในความรวยลงไปนั่นเอง

และประโยคที่ผมมักจะเขียนอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ "ทุกคนสามารถรวยได้ ถ้าเค้าต้องการรวย" บางคนอ่านแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป แต่ก็ขอดีใจกับบางคนที่อ่านแล้วฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ คุณอาจจะเกิดมา born to be ก็ได้ครับ

ขอให้ความปรารถนาในความรวยอยู่คู่กับท่านผู้อ่านทุกท่าน ตราบจนถึงวันที่ท่านรวย

ขอให้รวยกันทุกคนนะครับ

วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

รวยด้วยการเป็นนักแปล - รายได้จากการแปล

,

ผู้ประกอบอาชีพอิสระในการเป็นนักแปลหนังสือนวนิยายของต่างประเทศ ค่าจ้างที่ได้รับจากการแปลจะเฉลี่ยเป็นชิ้นงานตามจำนวนหน้าของหนังสือ ส่วนใหญ่ค่าจ้างจะอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นถึง 8 หมื่นบาทต่อการแปล 1 เล่ม ซึ่งกว่าจะแปลได้เสร็จแต่ละเล่มก็จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน หรือขึ้นอยู่กับความสามารถในทำงานว่าสามารถทำได้แค่ไหน ในกรณีบางเล่มที่เป็นพวกหนังสือวิชาการของต่างประเทศ ผู้แปลจะได้รับค่าจ้างต่อการแปล 1 เล่มถึงประมาณ 1 แสนบาท และในกรณีที่มีการพิมพ์ซ้ำ ผู้แปลจะได้รับค่าแปลขึ้นตามแต่เปอร์เซ็นต์ที่ตกลงไว้กับผู้ว่าจ้าง

ส่วนงานแปลด้านสารคดี ผู้แปลจะได้รับค่าตอบแทนในตัวชิ้นงานประมาณ 5 พันถึง 7 พันบาทต่อเรื่อง หรือความยาวของหนังสือประมาณ 20 หน้า นอกจากนี้ยังมีการแปลบทภาพยนต์จากต่างประเทศที่แพร่ภาพทางทีวี และฉายในโรงภาพยนต์ ค่าแปลบทภาพยนต์ จะได้รับค่าจ้างประมาณเรื่องละ 3 พันถึง 5 พันบาท การแปลบทภาพยนต์จะได้รับค่าจ้างในอัตราที่ดีกว่าการแปลอย่างอื่น ๆ ส่วนค่าจ้างในการแปลเอกสารภาษาต่างประเทศทั่ว ๆ ไป จะอยู่ที่ราว ๆ 300 ถึง 500 บาทต่อหน้า แต่ถ้าเป็นนักแปลมือสมัครเล่นจะคิดราคาราว ๆ 100 ถึง 200 บาทต่อหน้า

หลาย ๆ คนเมื่อทราบรายละเอียดเช่นนี้แล้ว คงอยากจะต้องการเข้ามาในวงการนักแปลบ้างแล้วใช่มั้ยครับ แต่...นี่เป็นอาชีพที่คนที่มีความรู้เรื่องภาษาต่างประเทศอาจจะเดินเข้าสู่เส้นทางนี้ได้ง่าย ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใช่ว่าหนทางทุกหนทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ทุกวงการมีการแข่งขันกันอยู่แล้ว ฉะนั้นผู้ที่จะทำอาชีพนักแปลต้องศึกษาทักษะทางด่นธุรกิจ และการแข่งขันในตลาดมาบ้างนะครับ เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงครับ

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

รวยด้วยทองคำ - การลงทุนในทองคำ

,

หากคุณรู้ตัวคุณเองอยู่เสมอว่า เป็นคนที่เก็บเงินไม่ค่อยจะอยู่ ผมขอแนะนำให้คุณลองเก็บสะสมเงินในรูปของทองคำแทนการเก็บเงินด้วยเงินสด ซึ่งการใช้ทองคำเก็บแทนเงินทำให้คุณใช้จ่ายไม่สะดวก ทำให้คุณหยุดการใช้จ่ายเงินไปกับสิ่งสุรุ่ยสุร่ายนั่นเอง

การเก็บเงินในรูปแบบทองคำเป็นเรื่องของการลงทุนอย่างหนึ่งที่เป็นการหวังผลในอนาคต และมีระยะเวลาเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดดอกเบี้ย ซึ่งก็คือ กำไรจากการขายทองนั่นเอง เนื่องจากราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นและลงตามราคาทองคำในตลาดโลก ที่มีหน่วยเงินเป็นดอลล่าร์สหรัฐต่อน้ำหนักทองคำเป็นออนซ์ ผลของการเปลี่ยนแปลงราคาทองคำในประเทศไทย จึงเป็นไปตามค่าเงินบาทต่อเงินดอลล่าร์นั่นเอง

สำหรับค่าของ 1 ออนซ์นั้น จะเท่ากับ 31.104 กรัม ในขณะที่ทองคำในเมืองไทยจะมีหน่วยเป็นบาท (1 บาท = 15.16 กรัม) ถ้าจะเทียบคร่าว ๆ แล้ว ทองคำหนัก 1 ออนซ์จะเท่ากับทองคำหนักประมาณ 2 บาาทของไทย และทองคำที่ซื้อขายกันในตลาดโลกจะมีความบริสุทธิ์ที่ 99.99% ในขณะที่ของไทยจะมีมาตรฐานความบริสุทธิ์ของทองคำอยู่ที่ 96.5%

ถ้าคุณเองไม่ชอบสวมใส่เครื่องประดับ แต่อยากซื้อทองคำมาเก็บไว้เพื่อเก็งกำไรในอนาคต การเลือกซื้อทองคำแท่งจะดีกว่าซื้อทองคำรูปพรรณ เพราะทองคำรูปพรรณนั้นจะบวกค่ากำเหน็จเข้าไปด้วยในราคาขาย ทำให้มีราคาสูงว่าทองคำแท่งพอสมควร ค่ากำเหน็จดังกล่าวจะเป็นเหตุมาลดทอนผลกำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ถ้าคุณจะลงทุนในทองคำจริง ๆ แล้วล่ะก็ คุณควรหาที่ปลอดภัยในการเก็บทองคำของคุณไว้ให้ดี คุณอาจจะเช่าตู้นิรภัยของธนาคารเพื่อเก็บรักษาทองคำให้ปลอดภัยภายใต้การดูแลของธนาคารที่มีระบบป้องกันแน่นหนา หรืออาจจะเป็นวิธีอื่นที่คุณเห็นสมควรเพื่อปกป้องทองคำของคุณ

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

โจเซฟ ซาฟรา (Joseph Safra) เศรษฐีการเงินแห่งละตินอเมริกา

,

ถึงแม้ว่าแถบละตินอเมริกาจะมีสินแร่ที่สามารถทำเงินได้จำนวนมากมายมหาศาล แต่ก็ยังมีมหาเศรษฐีที่ไม่ได้ร่ำรวยมาจากอุตสาหกรรมสินแร่ อย่างเช่น นายโจเซฟ ซาฟรา (Joseph Safra) มหาเศรษฐีชาวบราซิล วัย 72 ปี ที่รวยมาจากธุรกิจธนาคาร และติดอันดับมหาเศรษฐีอันดับที่ 68 ของโลกจากการจัดอันดับของนิตสารฟอร์บ

โจเซฟ ซาฟรา เป็นสมาชิกในครอบครัวซาฟรา พ่อของเขา คือ จาคอป ซาฟรา พ่อของเขาเป็นนักการเงินที่ประกอบธุรกิจการธนาคารตั้งแต่ในศตวรรษที่ 19 หรือเรียกว่าในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเป็นช่วงแรกของยุดโลกาภิวัตน์ และเป็นช่วงที่การค้ากำลังเฟื่องฟูขจรกระจายไปทั่วโลก

พื้นเพของนายโจเซฟ ซาฟรา เป็นชาวเลบานอน แต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง พ่อของเขาได้ตัดสินใจขยายกิจการธนาคารไปสู่ในแถบทวีปยุโรป อเมริกา และละตินอเมริกา จาคอป ซาฟรา พ่อของเขาจึงได้พาครอบครัวของเขาไปอยู่กันที่ประเทศบราซิล

ธุรกิจการธนาคารนับว่าเป็นธุรกิจของครอบครัวเลยก็ว่าได้ เพราะว่าทั้งพ่อและพี่ชายของเขาทำธุรกิจจัดหาเงินทุน และให้บริการด้านการเงินในเมืองเซา เปาโล ต่อมาพี่ชายของเขาได้ขอแยกตัวออกมาตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Republic National Bank of New York ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเวลาต่อมาได้ขายธุรกิจให้ HSBC ไป


และนายโจเซฟ ซาฟรา ก็ขอเดินตามรอยของพี่ชายด้วยการขอออกมาเปิดบริษัทเอง คือ บริษัท Banco Safra เป็นบริษัทการเงินนานาชาติ ซึ่งในตอนนี้เป็นธนาคารเอกชนที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 ของประเทศบราซิล

ในปัจจุบันนี้ โจเซฟ ซาฟรา เป็นผู้บริหารบริษัททั้งหมดที่อยู่ในเครือ Safra Group ซึ่งมีบริษัทในเครือทั้งหมดอยู่ 9 แห่ง เป็นบริษัททางด้านการเงินทั้งหมด ซึ่งก็ยังไม่รวมถึงบริษัทแห่งอื่นที่เค้าซื้อกิจการต่อมา

ถึงแม้ว่ามหาเศรษฐีอย่างนายโจเซฟ ซาฟรา จะยังไม่ใช่เป็นหมายเลขหนึ่งของเศรษฐีละตินอเมริกา แต่โจเซฟ ซาฟรา ก็จัดได้ว่าเป็นนักธุรกิจเบอร์หนึ่งผู้ร่ำรวยจากธุรกิจทางด้านการเงินอย่างเป็นที่ยอมรับกันทั่วในแถบละตินอเมริกา
 

Thai Millionaire Copyright © 2012 | Template design by O Pregador | Powered by Blogger Templates